แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Health แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Health แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี

ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี

 เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึงได้อ่านข้อความทางไลน์ เกี่ยวกับเรื่องของหนังสือที่อยากให้คนหิวมากกว่าอิ่ม คือ "ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี " เนื้อหาในไลน์มีอยู่ว่า


" ผู้เขียนเนี่ยเป็นนายแพทย์และเป็นผู้อำนวยการใหญ่ในโรงพยาบาลสี่แห่งในญี่ปุ่น  เป็นนักเขียนชื่อดังในญี่ปุ่น ผู้เขียนค้นพบวิธีการลดนำ้หนักด้วยการทานเหลือวันละมื้อ  และพบว่าความหิวเป็นกระบวนการที่ทำให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วยยีนที่ชื่อ เซอร์ทูอิน (Sirtuin) ในขณะเดียวกันร่างกายก็จะผลิต Growth Hormone ออกมา

ในตอนท้ายผู้เขียนบอกในหน้า 198 ว่า

“สิ่งที่ผมมุ่งหวังคือการวางแผนสำหรับชีวิตที่มีอายุยืนถึงหนึ่งร้อยปี  โดยยังมีหน้าท้องที่แบนราบและมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูอ่อนเยาว์

บางคนบอกว่าไม่อยากอายุยืนขนาดนั้น...แต่คนที่พูดแบบนั้นพอถึงคราวเจ็บป่วยก็รีบวิ่งโร่มาหาหมอทุกราย

…เมื่อเข้าสู่วัยชรา  ทุกวันจะมีแต่ความทุกข์ทรมาน  ซึ่งเป็นผลจากการละเลยสุขภาพ....

…ผมว่าต้องเลือกแล้วละว่าจะใช้เวลานอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลแล้วทำให้คนรอบข้างเดือดร้อน  หรือจะมีสุขภาพดีร่างกายแข็งแรง  มีกำลังวังชา  รูปลักษณ์ภายนอกดูอ่อนเยาว์จนถึงวาระสุดท้าย  แล้วจากไปอย่างสง่างาม”

บทนำ
ผู้เขียนเริ่มทานอาหารเหลือวันละมื้อเมื่ออายุ 45 ปีเพราะปัญหาเรื่องสุขภาพ  ผ่านไปสิบปีเมื่อเขาไปตรวจร่างกายพบว่าอายุหลอดเลือดของเขาเท่ากับคนอายุ 26 ปี

บทที่ 1:
เขาเล่าว่ามนุษย์ในอดีตไม่ได้มีกินอุดมสมบูรณ์โดยกินสามมื้อเหมือนปัจจุบันนี้  ในอดีตเรากินวันละมื้อก็บุญแล้ว  ดังนั้นร่างกายเราจึงมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง  เมื่อเราหิวไม่มีกินเราจะมียีนที่ชื่อ เซอร์ทูอิน (Sirtuin) ออกมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆภายในร่างกาย  ในขณะเดียวกันร่างกายก็จะผลิต Growth Hormone ออกมา  ซึ่งเจ้า Growth Hormone นี้ทำให้เรากลับเป็นหนุ่มสาวมากขึ้น  ซึ่งเป็นกระบวนการเพื่อการอยู่รอด

ปัญหาก็คือเมื่อร่างกายอิ่ม  กลไกนี้ไม่เกิด  เราจึงแก่ไปเรื่อยๆ

สรุปง่ายๆคือ  การกินมากไปคือสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ  และที่สำคัญร่างกายเราไม่ได้ถูกออกแบบให้กินอิ่ม  เราจึงปรับตัวให้การกินอิ่มได้ไม่ดี  ทำให้กระบวนการธรรมชาติของร่ากายเรารวนนั่นเอง

บทที่ 2:
พูดถึงการกินวันละมื้อ  โดยแนะนำรายละอียดจากการที่เขาทำมาแล้วได้ผล  (สำหรับผมแล้วคิดว่าคงทำตามยาก)  แต่หัวใจคือ  ในบทนี้เขาบอกว่าเขาเพลิดเพลินกับการที่ได้ยินเสียงท้องร้องจ๊อกๆ  เพราะว่าเขากำลังรู้ว่าร่างกายเรากำลังซ่อมแซมและปรับตัวให้เยาว์วัยจากกระบวนการที่เล่ามา

บทที่ 3:
ในหน้า 125-129 คือหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้  เพราะผู้เขียนอธิบายด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์  เช่น

1. ปากทางเข้าลำไส้เล็กจะมีเซนเซอร์เตรียมรอรับของกินอยู่  ถ้าไม่มีอาหารไหลลงมาเสียที  ลำไส้เล็กจะรีบหลั่งฮอร์โมนสำหรับย่อยอาหารโมลิติน (Molitin)  ออกมา  ทำให้กระเพาะอาหารบีบตัว  เพื่อส่งของกินที่อาจจะตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารเข้าไปในลำไส้เล็ก  เรียกว่า  “การบีบตัวเมื่อหิว”  และเป็นตัวการที่แท้จริงของอาการท้องร้องจ๊อกๆ

2. เมื่อกระเพาะรู้ตัวว่าหิวจะหลั่งฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin)  ออกมา  เกรลินจะถูกหลั่งออกมาจากเยื่อบุกระเพาะอาหารซึ่งถูกกระตุ้นเพราะความหิว  โดยจะออกฤทธิ์ที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)  ทำให้เกิดความอยากอาหาร  ขณะเดียวกันก็จะออกฤทธิ์ที่ต่อมใต้สมอง  ทำให้หลั่ง Growth Hormone  ออกมา  เจ้า Growth Hormone นี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  “ฮอร์โมนที่ทำให้กลับไปเป็นหนุ่มสาว”  นั่นหมายความว่าตอนที่ท้องกำลังร้องจ๊อกๆเพราะหิว  คุณจะค่อยๆมีเสน่ห์ขึ้นจากฮอร์โมนที่ทำให้กลับเป็นหนุ่มสาว  ถึงท้องจะร้องก็อย่าเพิ่งรีบกินอาหาร  ให้มาลองเพลิดเพลินกับประสิทธิภาพของการกลับเป็นหนุ่มสาวที่ได้จาก Growth Hormone กันสักครู่หนึ่งก่อน

3. ตอนที่ท้องกำลังร้องจ๊อกๆนั้น  ความสามารถในการอยู่รอดอันยอดเยี่ยมกำลังพลุ่งพล่านขึ้นมา  นั่นก็คือ  “ยีนเซอร์ทูอิน”  ที่มีสมญาว่า  “ยีนต่ออายุขัย”  หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  “ยีนที่ทำให้อายุยืน”  จากการทดลองกับสัตว์ทุกชนิดพบว่า  เมื่อลดปริมาณอาหารลง 40% จะทำให้อายุยืนขึ้น 1.5 เท่า  ทว่ายีนนี้จะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขบางประการ  นั่นคือ  “ความหิว”  ตราบใดที่ท้องไม่ร้องจ๊อกเพราะหิว  ยีนนี้ก็จะไม่ทำงาน  ดังนั้น  การกินอาหารทั้งที่ยังไม่หิวจึงหมายถึงการมีของดีอยู่กับตัวแต่ไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์  มาทำให้ท้องร้องจ๊อกด้วยการกินอาหารวันละมื้อดีกว่า  แล้วยีนเซอร์ทูอินนี้จะช่วยสแกนยีนในร่างกายอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งค่อยๆฟื้นฟูส่วนที่เสียหาย  กล่าวกันว่าความแก่ชราและโรคมะเร็งก็มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของยีน  ดังนั้นเราสามารถทำให้กลับเป็นหนุ่มสาวและป้องกันโรคมะเร็งด้วยการกินอาหารวันละมื้อ

4. เมื่อหิวแล้วอาหารยังตกไม่ถึงท้อง  ร่างกายจะนำไขมันที่สะสมไว้ในช่องท้องมาเปลี่ยนเป็นสารอาหาร  ทำให้หน้าท้องแบนราบ

บทที่ 4:
พูดถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการกินวันละมื้อ  แต่มีข้อมูลใหม่ว่าการนอนที่ดีคือนอนในช่วงร่างกายผลิต Growth Hormone ได้ดีที่สุดคือระหว่าง สี่ทุ่มถึงตีสอง

ความเห็นส่วนตัว

หลังจากอ่านจบผมคิดว่าสิ่งที่จะทำคือ

1. รอให้ท้องร้องจ๊อกๆบ่อยๆเพื่อซ่อมแซมตัวเองและทำให้เยาว์วัยลง
2. ทานน้อยลง 60% ของแต่ละมื้อ

ส่วนกินมื้อเดียวยังไม่ทำเพราะว่ามัน Hardcore เกินไป

แต่ละท่านอ่านแล้วก็ลองใช้วิจารณญาณดูละกันครับ  แต่ผม search หาข้อมูลสนับสนุนมากพอควรก่อนจะตัดสินใจสรุปเป็น Note นี้มาให้อ่านกันครับ

หนังสือ “ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี”  เขียนโดย นพ.โยะชิโนะริ นะงุโม (Yoshinori Nagumo) แปลโดยพิมพ์รัก สุขสวัสดิ์   จัดพิมพ์โดยสนพ. วีเลิร์น
สรุปโดย: เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย "





วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

,

น้ำดื่มที่ทิ้งในรถดื่มได้หรือไม่ !!?


น้ำดื่มที่ทิ้งในรถดื่มได้หรือไม่ !!?





                 วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกับรศ.ดร.พลังพล คงเสรี ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยมหิดล
 กับคำถามที่ว่า " ขวดน้ำพลาสติกหากทิ้งไว้ในรถที่ตากแดดร้อน­ๆ เราเอามา

ดื่มต่อได้หรือไม่
"  ข้อควรระวังที่แท้จริงอาจไม่ใช่อย่างที่คุ­ณคิด 




            เข้าใจตรงกันแล้วนะ ขวดน้ำที่ทิ้งไว้ในรถดื่มได้หรือไม่ ตอนนี้เรามีคำตอบพร้อมเหตุและผลจาก

การทดลองที่เชื่อถือได้แล้ว สบายใจกันได้เลย ทานน้ำได้ตามสบาย แต่ต้องระวังจุลินทรีย์ด้วยนะจ๊ะ

ต้องดูด้วยนะว่าขวดน้ำที่เราใช้เป็นขวดชนิดไหน!!!!


วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557

,

ผมร่วงกับผู้หญิงของคู่กัน ?



ผมร่วงกับผู้หญิงขอคู่กัน ?




คุณผู้หญิงเคยหวีผมแล้วตกใจกันอยู่บ่อยๆมั้ย เวลาเห็นผมที่ติดหวีออกมา ลองมาดู
    ธรรมชาติผู้หญิง จะไม่มียีนส์หัวล้านเหมือนผู้ชายก็จริง แต่ปัจจุบันผู้หญิงมีปัญหาผมร่วงมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมา

จากปัจจัยภายนอก หรือภายใน  มาดู
สาเหตุของอาการผมร่วงกันหน่อยว่ามีอะไรบ้าง

1 หนังศีรษะมันหรือแห้ง ถ้าสระผมบ่อย หรือทุกวันจะทำให้หนังศีรษะมัน
2 ใน 6 เดือนที่ผ่านมา ใช้สารเคมีมาหรือไม่ การดัดการย้อม หรือแม้กระทั้งยืดผม เป็นอีกสารเหตุที่ทำให้เกิดผมร่วง

3 เลือดจาง เลือดน้อย มีอาการชาที่ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า
4 ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อาจจะเกิดหลังภาวะหลังคลอด หรือมีประจำเดือนไม่ปกติก็ทำให้ผมร่รวงได้
5 มีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น ไทรอยด์, ภูมิแพ้

               

งีบแบบมีสาระ





งีบนอนแบบมีสาระ



            การนอนที่ดีแน่นอนว่าต้องพักผ่อนให้ครบ  7-8 ชม. หากนอนไม่ครบก็ต้องมีการงีบช่วงกลางวันเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้นงีบเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอล่ะ 



       ทีนี้ถ้าหลับในที่ทำงานก็ 10 -20 นาทีก็พอเนอะ 


วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อาหารคลีน



อาหารคลีน 



  เอะอะๆ ก็อาหารครีน อาหารคลีนคืออะไร ??
กระแสการกินอาหารเพื่อสุขภาพนับวันก็จะยิ่งแรงขึ้นเรื่อย ๆ แสดงให้เห็นผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากยิ่งขึ้นนะคะ และดูเหมือนในตอนนี้ คำว่า อาหารคลีน จะเริ่มเป็นที่คุ้นหูมากยิ่งขึ้น เรามาทำความรู้จักอาหารคลีนกัน




  แล้วอาหารคลีนมีอะไรบ้างล่ะ ?? 

อาหารคลีนก็ได้แก่ ผัก ผลไม้สด ธัญพืช อาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี ไม่ปรับแต่งเยอะ รสชาติธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งใดๆ และใช้น้ำมันในการปรุงอาหารมากๆ

ใครที่รักสุภาพสนใจอาหารคลีนก็หามาทำ ทำได้ไม่ยากนะคะ แต่รสชาติจะ plain หน่อยนะ ใครทานได้ ถือว่าดีคะ สุขภาพจะได้ดีด้วย




วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

กินแล้วดี แบบโภชนาการบำบัด


กินแล้วดี แบบโภชนาการบำบัด


กินอะไรแล้วดีมีประโยชน์ อันนี้ขอนำเสนอไปเจอจากหนังสือเล่มหนึ่งเค้ารวบรวมไว้

1. กล้วยหอม : เด็กกินช่วยให้ความจำดี
สตรีเข้าสู่วัยทองกินแล้วช่วยปรับฮอโมนถ้ากินกับน้ำมะพร้าวอ่อนจะดีมาก
กล้วยหอมยังเป็นอาหารลดน้ำหนักได้อีกด้วย



                                                                          2.แตงโม : ช่วยในเรื่องบำรุงเลือด แก้เลือดอุดตัน ลิ่มเลือด  คุณผู้ชายทานช่วยเรื่องสมถรรพภาพทางเพศแข็งแรง
แต่อย่ากินหลังอาหาร จะทำให้จุกและย่อยยาก


3. กล้วยน้ำหว้า : นำไปเผาทั้งเปลือก ช่วยรักษาอาการปวดหัว
ตัวร้อน หรือแม้กระทั้งเบาหวาน
ตอนเด็กๆคุณแม่ก็จะชอบขูดให้ลูกน้อยกิน

4. สับปะรด : ผู้หญิงทานสับปะรดช่วยกระชับช่องคลอด

5. น้ำตาล : อันนี้ไม่ได้ให้ทานเยอะๆ
อันนี้ให้ทานน้อยเท่าไหร่ได้ยิ่งดี
หรืองดเลยยิ่งดี เพราะน้ำตาลทรายเป็นสาเหตก่อให้เกิดโรคต่างๆ



6. ไข่ :  กินไข่วันละฟอง บำรุงร่างกาย กินแล้วไม่ต้องไปหาหมอ


7. ดื่มน้ำอุ่น :  ดื่มน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นดีต่อร่างกาย
 ปลอดจากทุกโรค


                             8. น้ำมันมะพร้าว : ใช้กิน และทาหน้า ทาผิว
 ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย รักษา ฝ้า กระ   


9. ทุเรียน : ช่วยรักษาโรคมะเร็ง และแก่ช้า 


                                                           อันนี้แถม 10. กล้วยไข่ : เหมาะสำหรับคนทำงานหน้าคอม นอนดึก บำรุงตับ ไต ผิว ตา และกระดูก ทำให้หน้าอกโตขึ้นด้วย   >0<


           แต่ที่กล่าวมาข้างต้นก็มีบางอย่างที่กินมากๆแุล้วดี กับกินมากก็ไม่ดีจะ อย่างทุเรียนเนี่ย กินมากๆอ้วนได้เลย บอกก่อนว่าเคยกินทุเรียนสามสี่วันติด กินแบบบ้าคลั่ง น้ำหนักขึ้นมา 4 โลได้ ช่วงนั้นรู้สึกตัวบวมๆ มือเท้าบวมไปหมด แถมกินมากเบาหวานถามหาด้วยนะจ๊ะ


วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อาหารลดหน้าท้อง

                             


อาหารลดหน้าท้อง




                     สำหรับสาวๆที่อยากหุ่นดีหน้าท้องแบน วันนี้เรามีอาหารลดหน้าท้องมาฝาก

เบอร์รี่  
             ผลไม้ตระกูลเบอรี่นี้สรรพคุณเยอะแบบที่ใครๆก็รู้ ทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเพียบพร้อมหลายชนิด 

อัลมอนด์
            เมล็ดอัลมอนด์นอกจากเป็นอาหารจำพวกธัญพืชที่กินแล้วไม่อ้วน ยังให้วิตามินบีแกร่างกาย และช่วยลดการดูดซึมของไขมันได้ด้วย  ใครที่ต้องกำรลดน้ำหนักพร้อมๆกับหน้าท้อง อัลมอนด์ก็เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งน๊า

ถั่วเหลือง
            สารอาหารสำหรับเจ้าตัวถั่วเหลืองที่ใครๆรู้จักกันดีว่ามีโปรตีนที่ช่วยซ้อมแซมส่วนที่สึกหรอ ถั่วเหลืองยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็ง และไฟเบอร์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ซุปผัก 
         ก็นะรู้ๆว่ากินผักไม่อ้วน แถมยังได้วิตามินเพียบ! ใครที่ไม่ชอบกินผักสดก็หันมาทานซุปผักกันได้ น้ำหนักไม่ขึ้นจ้า ยกเว้นใครชอบใส่น้ำตาลเยอะๆ ไม่น่าจะรอดนะ

โยเกิร์ต 
       มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องผูก จะดีมากถ้ากินโยเกิร์ตรสธรรมชาติได้  เพราะน้ำตาลจะน้อยหรือมีน้ำตาลเลย


         
         
,

Day cream and Night cream

                                   
                                          Day cream and Night cream



    เรื่องนี้สืบเนืองจากส่วนตัวไม่ชอบทาครีม ไม่ใช่ไม่ทาเลยนะ ก็ทาบ้างไม่ทาบ้าง จนวันหนึ่งขุ่นแม่ทักว่าทำไมหน้าไม่เหมือนผู้หญิงเลย  อ้าว !!!  เราก็ตกใจ ไม่เหมือนยังนี้ก็ผู้หญิงทั้งแท่ง (แท่งนี้ใช้กับผู้ชาย ผู้หญิงใช้อะไรหว่า )   ขุ่นแม่เลยบอกให้บำรุงให้ติดเป็นนิสัยบ้าง  เด๋วหน้าจะเหี่ยวก่อนวัย  (พูดงี้กลัวเลย )
ก่อนอื่น ต้องครีมอะไร  ครีมกลางวันกลางคืน มันต่างกันยังไง หาข้อมูลมาเลยต้องร้องอ้อ  ต่างกันงี้นี้เองทากลางวันไม่ทากลางคืนก็ไม่ช่วยให้หน้าดีขึ้นนะ
       

Day Cream 

                   เข้าเรื่องเลย  ในเวลากลางวันผิวเราจะได้รับมลภาวะหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอากาศ ยูวี ฝุ่น เครื่องสำอาง ความตึงเครียด บลาๆ  ทำให้ผิวเกิดความหยาบกร้าน ริ้วรอย จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ  ช่วงกลางวันนี้ตัวทำลายความสวยงามของผู้หญิงโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย ถ้าจะไม่ออกจากบ้านกลางวันก็เป็นไปไม่ได้ ให้ฉันทำงานกลางคืนก็น่ากลัวซะเหลือเกินโลกสมัยนี้ ดังนั้นทำอะไรไม่ได้ก็ต้องป้องกันคะ
 เดย์ครีมจึงถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องผิวในเวลากลางวัน  เพื่อให้ผิวสามารถรับมือกับสภาวะที่ต้องเผชิญได้อย่างเหมาะสม  มีองค์ประกอบของสารต่อต้านอนุมูลอิสระ  เพื่อให้เซลล์ผิวแข็งแรง มีความชุ่มชื้นเพียงพอ


Night cream

    และในเวลากลางคืน เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ไม่ต้องสู้รบกับมลภาวะเช่นตอนกลางวัน และเวลากลางคืนร่างกายจะทำการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ไนท์ครีมก็จะเป็นเสมือนตัวช่วยซ่อมแซมผิว บำรุงเป็นหลัก และให้ความผ่อนคลายต่อผิว  แต่หากพักผ่อนไม่เพียงพอ เอางานกลับมาทำที่บ้าน เพิ่มความเครียดและความอ่อนล้าให้กับร่างกายแล้วล่ะก็คุณเอย ไม่ต่างกับตอนกลางวันเลยคร้า ถึงจะทาไนท์ครีมก็ไม่ช่วยนะจ๊ะ

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

,

สวยด้วยน้ำมันมะกอก

  
สวยด้วยน้ำมันมะกอก 




                          ได้ยินมามากสำหรับคุณสมบัติเริ่ดๆของพวกน้ำมัน ทอดไข่ทำกับข้าว ทำขนม แต่ที่จะมาพูดวันนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของน้ำมันที่เอาไว้ทำกับข้าวนะ  วันนี้เราจะเอาน้ำมันมาเสริมสวย  (พูดแล้วรีบเข้าครัวเอามาชะโลมหน้าเลย 555 )  

    
    วันนี้มาพูดเรื่องของน้ำมันมะกอกจร้า  น้ำมันมะกอกทำให้ดูเด็กขึ้นได้

วิธีทำให้ผิวดูเด็กด้วยน้ำมันมะกอก :  
                 ผสมน้ำมันมะกอกกับน้ำมะนาวในอัตราส่วนเท่ากัน และเอามานวดผิวเป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอย 
            อันนี้ต้องลองเลยสำหรับคนที่อยากทำให้ผิวดูน่าสัมผัส  


      ทำให้เล็บแข็งแรง :  
              ถูนวดน้ำมันมะกอก หรือน้ำมันมะพร้าวก็ได้นะ  ลงบนเล็บทุกคืน จะช่วยให้เล็บไม่เปราะหักง่าย ละสำหรับใครที่หนังที่บริเวณเล็บเป็นขุยๆ  วิธีนี้ก็ใช้ได้ผลจร้า


      มาสก์หน้าให้เนียนชุมชื้น :  
               ผสมน้ำมันมะกอก 2/3 ถ้วยตวงกับอโวคาโด้ 1 ผล นำมาทาหน้าทิ้งไว้ 15 - 20 นาที  แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น  

     นอกจากอโวคาโด้จะทำให้หน้าเนียนหากเอามาชโลมผม จะทำให้ผมนุ่มอีกด้วยนะสาวๆ  อ่านจบอยากจะสวยกันแล้วใช่มั้ยล่ะ อย่าลืมนะผู้หญิงอย่าหยุดสวย เด๋วผู้ชายจะสวยกว่านะฮ๊า 555




                                      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านบทความนะคะ  ยังไงก็ให้กำลังใจกันด้วยน๊าจะได้เอาอะไรดีดีมาฝากกันอีกเนอะ ^^

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

,

ข้อควรรู้เรื่องกาแฟๆ

  สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ คาปูชิโน่ อเมริกาโน่ ลาเต้ หรือว่าม๊อคค่าดี

     


           เขียนบทความหัวข้อนี้ละอยากจะรับสักแก้วจริงๆ  หอมหวนในบทความ  วันนี้จะมาพูดเรื่องกาแฟๆ

กัน เอาใจคนรัก coffee เบ้ย  ส่วนตัวก็เป็นคนชอบกลิ่นกาแฟมาก  แบบหอมละมุนๆ ฟิน ~
ก็กินบ้างไม่มากมาย แต่ก็อยากรู้นะ ว่ากาแฟมีประโยชน์มีโทษยังไง เลยไปหาข้อมูลมา ประโยชน์ของ

กาแฟก็มีเยอะ และสิ่งที่เราควรรู้เกี่ยวกับกาแฟ  ไม่พูดมาก มาดูประโยชน์กันก่อนเลยดีกว่า


 ประโยชน์ของกาแฟ

1.กาแฟช่วยป้องกันหลายโรค ไวรัสตับอักเสบ B ลดอาการหอบ (ให้แบกแทน ป๋อย!! ไม่ใช่ )
     คาแฟอีนจะเป็นตัวระงับการตึงเครียด ทำให้ลดอาการหอบลงได้และถ้าหากดื่มประจำ จะช่วยลดการเกิดโรคตับจากสุรา  นี้ก็คิดว่ากินเหล้าควบกาแฟกันเลยทีเดียว 

2.ป้องกันมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ มะเร็งช่องปาก จากผลการทดลองมีประสิทธิภาพป้องกันโรคขั้นต้น          ไม่ใช่ว่าเป็นมาหลายขั้นแล้วกินกาแฟเข้าไปจะหายนะจ๊ะ  

3. ข้อนี้สำหรับสาวๆ การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยขับไล่ความชรา ออกซิเจนเป็นสารที่ร่างกายต้องการมากก็จริง แต่ถ้ามีออกซิเจนมากไป ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงและแก่เร็ว  (งั้นม๊อคค่าก็พอเนอะ)

4.ช่วยละลายไขมัน กาแฟที่ทานหลังอิ่มอาหาร ช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงานทดแทนจึงลดความอ้วนได้ ( มันน่าจัดสักสองแก้วนัก! )

5.การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองและสมรรถภาพสมอง มีผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาว่า ความหอมของกาแฟช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น และมีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น นั้นเป็นเพราะกลิ่นกาแฟ ทำให้เลือดไหลเวียนในสมองเพิ่มขึ้น  (อันนี้จริงป่าว ดื่มทีไรเคลิ้มง่วงนอนทุกที )

6. ดื่มกาแฟเล็กน้อยทำให้น้ำย่อยในกระเพาะหลั่งดีขึ้น ไขมันแตกตัว หากได้ดื่ม กาแฟเล็กน้อยหลังทานอาหารเสร็จ คาเฟอีน ในกาแฟจะมีประโยชน์ต่อกระเพาะโดยตรง น้ำย่อยที่กระเพาะและตับอ่อนเพิ่มขึ้น ไขมันถูกเผาผลาญ


ข้อควรรู้ของกาแฟ

1. อันดับแรกเลยดื่มกาแฟตอนเย็น ทำให้นอนไม่หลับ ( ชัวร์ป๊าบมากข้อนี้ )

2.กาแฟมีผลในการขับปัสสาวะ อาจทำให้ต้องลุกเข้าห้องน้ำกลางดึก รบกวนการนอนได้

3.คนท้องดื่มไม่ดี คาเฟอีนในกาแฟจะส่งผลต่ออวัยวะภายในของทารกที่ยังอ่อนแออยู่จึงไม่ควรดื่ม  หญิงลูกอ่อน ที่ลูกยังดื่มนมจากแม่อยู่ก็ไมม่ควรดื่มกาแฟเพราะถ้าแม่ดื่มกาแฟลูกก็จะนอนไม่หลับด้วย 

4.คนเป็นโรคกระเพาะควรงดกาแฟ เพราะคาเฟอีนจะกระตุ้น การหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะ จะยิ่งเพิ่มกรดในกระเพาะให้อักเสบมากขึ้น

5.คนเป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะคาเฟอีน มีบทบาทในการกระตุ้นหัวใจ ทำให้เลือดเพิ่มขึ้น
คนชราที่มีโรคหัวใจอยู่ จะทำให้ประสิทธิภาพหัวใจดีเกินไป และหัวใจเสื่อมเร็ว จึงไม่ควรดื่มอย่างยิ่ง

6.กาแฟทำให้อ้วน  ที่จริงไม่เชิงว่ากาแฟ แต่เป็นส่วนผสมที่อยู่ในกาแฟมากกว่า อาทิ นม ค๊อฟฟี้เมท น้ำตาล  ใส่มากอวนมากนะจ๊ะ


มาเลยความเครียด ฉันเอาอยู่!

มาเลยความเครียด ฉันเอาอยู่!




  วุ้ยย!!!  เดี๋ยวนี้อะไรมันก็วุ่นวาย ชีวิตวันๆมีแต่ปัญหา รถติดเอย อนาคตเอย น้ำไม่ไหล ไฟไหม้ ไม่มีเงินเอย ปัญหาที่บ้าน ปัญหาที่ทำงาน เน็ตล่มเอย   อันสุดท้ายนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆคน   สาเหตุเล็กๆเหล่านี้เป็นบ่อเกิดแห่งความเครียด  เมื่อเกิดความเครียดร่างกายเราจะตอบสนองต่อความเครียดในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน สมองเราจะส่งสัญญาณให้ผลิตฮอโมนแห่งความเครียดขึ้นมา
   
 เอิ่มว่าแต่ เราจะไหวยังไงกับความเครียดพวกนี้
ข้อเสียของการเกิดความเครียดมีจริง แต่เราก็มีวิธีรับมือ
      หากเราเครียด ร่างกายเราจะรู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง ทำอะไรก็มึนๆ และสำหรับใครที่เครรียดมากๆ สมรรถภาพทางเพศก็ลดลงด้วยนะ  บางคนเครียดแล้วนอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ อาจจะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง ติดเชื้อได้ง่าย  วิธีรับมือง่ายๆที่ต้องทำเป็นประจำก็คือ  การออกกำลังกายนั้นเอง
  
            การออกกำลังกายเป็นประจำเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายได้ไม่ว่าจะเป็นการวิ่่ง ว่ายน้ำ หรือว่าเดินเร็ว การออกกำลังกายทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ไม่หมกหมุ่นกับปัญหาที่เกิดขึ้น  อีกทั้งยังทำให้หลับสบายอีกด้วย 

  อย่าลืมออกกำลังกายกันเป็นประจำนะจ๊ะ สัปดาห์ละ 3-4 วัน   วันละไม่ต่ำกว่า 30 นาทีจะดีมาก 


รู้หรือไม่ ครีมอาบน้ำก็ทำให้อ้วนได้!!!

  ครีมอาบน้ำทำให้อ้วนได้ !!!  





          เอ๊ะ!!  อะไรยังไง ทำไมครีมอาบน้ำถึงทำให้อ้วนได้ 

                  ครีมอาบน้ำปัจจุบันทำมาหลากหลาย กลิ่นผลไม้เอย กลิ่นนมผสมน้ำมันข้าวหอมเอย

กลิ่นสะอาดๆ ก็มีนะเออ  บลา บลา เยอะแยะไปหมด เพื่อให้คุณสนุกและเพลิดเพลินปกับการอาบน้ำ

แต่รู้หรือไม่ว่า ครีมอาบน้ำกลิ่นหอมน่ากินเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกินความรู้สึกอยากของหวาน  
       
          จากผลการวิจัย เผยว่า กลิ่นหอมคล้ายอาหารเหล่านี้จะกระตุ้นให้สมองเรานึกถึงภาพของอาหาร

จนเกิดความอยาก และทำให้เรากินเก่งกว่าเดิม  บรึ้ย ชักเริ่มกลัวซะแล้ว   ต่อไปอาบน้ำต้องระวังแม้กระ

ทั้งครีมอาบน้ำหรอเนี่ยเรา 

           รู้อย่างนี้แล้วคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก ต้องระวังครีมอาบน้ำที่เพิ่มความอยากอาหารด้วยนะจ๊ะสาวๆ

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

สุขภาพผิวดีได้ง่ายๆ


สุขภาพผิวดี


1.กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ

     เพราะอาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อผิวมากกว่าเครื่องสำอางใดๆ ดังนั้นเราจึงควรเลือกอาหารที่จะช่วยดูแลสุขภาพผิวพรรณอย่างถูกต้อง เช่น 
    - อาหารอุดมวิตามินเอ เช่น นมสด ผลิตภัณฑ์จากนม ตับ ฟักทอง แครอท ผักบุ้ง ตำลึง อาหารพวกนี้นอกจากจะช่วยทำให้ผิวสวยแล้ว ยังช่วยซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อในร่างกายอีกด้วย
    • - อาหารอุดมด้วยวิตามินบี เช่น เนื้อปลา เป็ด ไก่ ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ

    • - อาหารอุดมด้วยวิตามินซี เช่น ผักผลไม้ทั้งหลาย
      วิตามินซีในผักผลไม้จะช่วยทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

    • - อาหารอุดมด้วยวิตามินอี เช่น จมูกข้าวสาลี ธัญพืชต่างๆ
    •  วิตามินอีจะช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน ป้องกันแผลเป็น
    •  น้ำมันปลา ซึ่งมีกรดไขมันโอเมกา-3 จะช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูมีสุขภาพดี

    • - และที่สำคัญดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร หรือ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว 

      2.ทำอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ

            อารมณ์มีผลโดยอ้อมกับผิวพรรณ แต่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ เพราะถ้าอารมณ์หงุดหงิด โกรธง่ายจะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดไม่ดี ท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ไม่อยากอาหาร ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้สุขภาพผิวแย่ไปด้วย  
          การทำหน้าบูด หงิกงอ ก็มีผลต่อริ้วรอยบนใบหน้าด้วยน้า  เป็นคนชอบเล่นหูเล่นตา ทำหน้าแปลกๆเช่นกัน มันเริ่มมาละนะรอยรถไถ่เนี่ย 


      3.พักผ่อนให้เพียงพอ

               การพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยทำให้ใบหน้าดูสดใสเต่งตึง 
      เนื่องจากผิวได้รับการซ่อมแซมในระหว่างหลับอย่างเต็มที่ 
      การพักผ่อนในที่นี้ยังรวมถึงการผ่อนคลายในรูปแบบต่างๆ ด้วย 
      เช่น การเล่นโยคะ บริหาร่างกาย นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ เป็นต้น

        


      4.ออกกำลังกาย

             การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมจะช่วยให้โลหิตนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยขับถ่ายพิษหรือของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อได้ ผิวพรรณจึงดูสดใส เปล่งปลั่ง และมีเลือดฝาด
          โดยเฉพาะการออกกำลังกายยามเช้าที่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า  เป็นการเตรียมความพร้อมในการออกไปปฎิบัติภารกิจ หรือกิจกรรมประจำวัน
       


      5.ดูแลความสะอาดของผิวพรรณ

            เป็นวิธีช่วยเพิ่มเสน่ห์ของผิวพรรณได้อีกทางหนึ่ง เพราะจะทำให้ผิวสดชื่นปลอดจากเชื้อโรคหรือเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง การอาบน้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะ (ประมาณ 38 องศาเซลเซียส) จะช่วยทำความสะอาดผิวหนังได้ดีมาก และยังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด แต่หากอาบน้ำอุ่นจัดเป็นเวลานานเกินไปอาจทำให้อ่อนเพลียได้ง่าย สำหรับสบู่ที่ใช้ทำความสะอาดผิวควรมีค่า pH5 หรือน้อยกว่านั้นและควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำชนิดโฟม เพราะทั้งสบู่ที่มีฤทธิ์แรงและโฟมจะทำลายไขมันตามธรรมชาติที่เคลือบอยู่บนผิว การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวก็เป็นอีกสิ่งที่ควรคำนึง  และหลังอาบน้ำควรทาครีมบำรุงผิวให้ทั่วตัว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว 


        ที่มา www.unigang.com


        วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

        ลดความอ้วนฉบับสมเด็จพระเทพ และเคล็ดลับในการลดน้ำหนัก





        ลดความอ้วนฉบับสมเด็จพระเทพ และเคล็ดลับในการลดน้ำหนัก

          เชื่อเลยว่า ไม่ใช่แต่สาวๆที่ต้องการหุ่นดี แต่หนุ่มๆก็เช่นกัน  หลายคนมองหาวิธีลดน้ำหนักทางลัด

        มากมาย บางวิธีก็ไม่คำนึงถึงสุขภาพ  บางคนใช้ยาลดน้ำหนักหวังว่าตนจะมีหุ่นที่เช้งกระเด๊ะทันตา

        เห็น พอเลิกทาน น้ำหนักก็พุ่งพวดอย่างกะทันหัน ละลดยากกว่าเดิมอีกด้วย  บางคนก็ใช้วิธีอดอาหาร แต่

        ผลที่ตามมาคือโรคกระเพาะ  
           เอ๊ะ! ทำไมการลดความอ้วนปัญหามันเยอะขนาดนี้นะ

        วันนี้เลยมีวิธีลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยและไม่ต้องอดอาหารมานำเสนอ

        สูตร 1 อาทิตย์ สามารถลดน้ำหนักได้ 5-9 กิโล  Wow !!!  น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ

        สำหรับใครที่สนใจก็ลองเอาไปทำดูได้ เป็นสูตรลดน้ำหนักของสมเด็จพระเทพ




         เคล็ดลับในการลดน้ำหนัก 

        ก็ไม่มีอะไรมาก แค่มีวินัยในการกิน บวกการออกกำลังการอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น 



        ประสบการณ์อ้วน 

           ในตอนแรก ต้องบอกเลยว่าเคยอ้วน โอ้ยตัวจะแตกแล้ว ไอ้เราว่าเราอ้วน เพราะกางเกงยีนส์เริ่มใส่ไม่

        ได้ แต่พ่อแม่บอกว่า กำลังดี (กำลังดีอะไรละ จะได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ยกเซ็ตเนี่ย 5555) 

        แต่เข้าใจพ่อแม่เนอะ เค้าอยากมีลูกอ้วนๆน่ารักๆ 55 หนูเป็นสาวแล้วนะคะ ให้หนูสวยกะเค้าบ้าง ><


             เอาล่ะมีแรงบันดาลใจละ ฉันต้องสวย !!! พอเรามีแรงบันดาลใจที่จะลดน้ำหนัก แต่เราไม่ได้ทำตาม

        สูตรนะ เพราะว่าค่อนข้างลำบากในการหาอาหารรับประทาน แต่เพื่อนที่เคยทำตามสูตรเค้าก็ลดได้จริง 

        อันนี้มาเล่าประสบการณ์ตรง ที่นี้หากินยากใช้มั้ย เลยคิดขึ้นมาเองว่าทำไงดี จากที่ได้รวบรวมข้อมูลมา

        มากพอสมควร สิ่งแรกที่เราทำคือ งดของหวาน น้ำผสมน้ำตาลทุกชนิด บอกเลยว่าเป็นคนชอบกิน ชา

        เขียวน้ำผึ้ง น้ำปั่นใส่นมข้นหวานๆ อันนี้ชอบมาก ทำให้อ้วนง่าย  และยังชอบกินขนมแทนข้าวอีกด้วย  

        อ้วนไปใหญ่ เพราะในขนมที่เราทาน มีโซเดียม กินมากๆสะสมในร่างกาย และทำให้อ้วนง่ายด้วย

        นอกจากงดของหวานแล้ว ต้องงดขนมคบเคี้ยวทุกชนิด ของทอกน้ำอัดลม 

         แต่ขอบอกว่าไม่งดอาหารนะจ่ะ เราทานข้าวทุกมื้อตามปกติ ส่วนอาหารเย็นอาจจะทานน้อยกว่านิด

        หน่อย  และออกกำลังกายทุกเย็น วิ่ง

        บ้าง เดินบ้าง เล่นโยคะนี้นำให้ตัวกระชับมากขอบอก  ทำไปสักระยะ เฮ้ย !!!!  ลดจริงทำได้จริง กรี๊ดอะ

        แต่ถ้าลดแรกๆจะหวิวมากๆ  ยังออกกำลังกายหนักๆไม่ได้ เพราะไม่มีแรงจะออก ขาดน้ำตาล 555

        พอไม่ออกกำลังกาย เริ่มยั้ว ต้องออกกำลังกายเฟื่อให้มันกระชับ สรุปน้ำหนักที่ลดได้ตอนนี้คือ 8 กิโล

        ถ้วนคะ  ถือว่าเลิศมาก

              สิ่งที่ได้จากการลดน้ำหนักครั้งนี้คือ วินัยล้วนๆ  จากนั้นก็เป็นกำลังใจให้คนที่ลดน้ำหนักมาตลอด 

        และก็อยากเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ด้วยนะจ่ะ วินัย วินัย วินัย ท่องไว้  จงหนักแน่นให้

        ถึงที่สุด เพื่อเป้าหมายของเราคะ






        วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

        ปวดท้องจุดไหนมีสาเหตุ

             เคยปวดท้อง แต่ไม่รู้สาเหตุกันหรือไม่  หลายคนอาจจะเกิดอาการปวดท้องเป็นประจำ แต่ไม่รู้สาเหตุ
        ที่แท้จริง  ซึ่งอาการปวดท้องมีด้วยกันหลายสาเหตุ เพราะบริเวณหน้าท้องของเรามีอวัยวะหลายจุด  มา

        ดูกันดีกว่าว่าคุณปวดท้องเกิดจากสาเหตุอะไร 






        จากรูปเราสามารถแบ่งบริเวณที่ปวดทองได้ 9 จุด ดังนี้

                   1.ชายโครงขวา คือตับและถุงน้ำดี อาการที่พบมักจะกดแล้วเจอก้อนแข็งร่วมกับอาการตัว

        เหลือง ตาเหลือง ซึ่งสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า อาจเป็นโรคเกี่ยวกับตับหรือถุงน้ำดี เช่น ตับอักเสบ ฝีใน

        ตับ ถุงน้ำดีอักเสบ  

                  2. ใต้ลิ้นปี่ คือ กระเพาะอาหาร ตับอ่อน ตับ และกระดูกลิ้นปี่ ( นี้ตัวปวดบ่อยเลย )ถ้าปวด
        เป็นประจำเวลาหิวหรือ อิ่ม อาจเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะ ถ้าปวดรุนแรงร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน อาจเป็น

        โรคตับอ่อนอักเสบ หาก
        คลำเจอก้อนเนื้อค่อนข้างแข็งและมีขนาดใหญ่ อาจหมายถึงตับโต แต่หากคลำ

        ได้ก้อนสามเหลี่ยมแบน
        เล็กๆ มักเป็นกระดูกลิ้นปี่  

                   3. ชายโครงขวา คือ ม้าม ซึ่งมักจะคลำเจอก้อนเนื้อบริเวณนี้  

                   4. บั้นเอวขวา คือท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่ ถ้าปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระผิดปกติหรือถ่ายเป็น

        เลือด 
        อาจเป็นเพราะลำไส้ใหญ่อักเสบ ถ้าปวดร้าวถึงต้นขา อาจเป็นนิ่วในท่อไต หากปวดร่วมกับปวด

        หลัง มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่น อาจเป็นกรวยไตอักเสบ และถ้าคลำเจอก้อนเนื้อ อาจเป็นไตโตผิดปกติ

        หรือเนื้องอกในลำไส้ใหญ  


            
                  
        5. รอบสะดือ คือ ลำไส้เล็ก มักพบในโรคท้องเดินหรือไส้ติ่งอักเสบ (ก่อนจะย้ายมาปวดท้อง

        น้อยขวา) แต่ถ้าปวดแบบมีลมในท้อง ก็อาจเป็นเพราะกระเพาะลำไส้ทำงานผิดปกติ  


                  6. บั้นเอวซ้าย
         คือ ท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่ จะมีลักษณะดังข้อ 4 

                  7. ท้องน้อยขวา คือ ไส้ติ่ง ท่อไต และปีกมดลูก ปวดเกร็งเป็นระยะ ร้าวมาที่ต้นขา อาจเป็น

        เพราะมีก้อนนิ่วในกรวยไต ถ้าปวดเสียดตลอดเวลา กดแล้วเจ็บมาก มักเป็นไส้ติ่งอักเสบ หรือถ้าปวดร่วม

        กับมีไข้สูง หนาวสั่น มีตกขาว มักเป็นเพราะปีกมดลูกอักเสบ และหากคลำแล้วเจอก้อนเนื้อ อาจเป็นก้อน

        ไส้ติ่งหรือรังไข่ผิดปกต  

                  8. ท้องน้อย คือ กระเพาะปัสสาวะและมดลูก ถ้าปวดเวลาถ่ายปัสสาวะหรือถ่ายกระปริบกระ

        ปรอย มักเป็นเพราะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ถ้าปวดเกร็งเวลามีประจำเดือน 

        เป็นอาการปวดประจำเดือน แต่ในรายที่ปวดเรื้อรังในหญิงแต่งงานแล้วไม่มีบุตร อาจเป็นเนื้องอกใน

        มดลูก  

                   9. ท้องน้อยซ้าย คือ ปีกมดลูกและท่อไต ถ้าปวดเกร็งเป็นระยะและร้าวมาที่ต้นขา มักเป็นนิ่ว

        ในท่อไต หากปวดร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ตกขาว เป็นเพราะมดลูกอักเสบ หรือถ้าปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระ

        ผิดปกติ อาจเป็นเพราะลำไส้ใหญ่อักเสบ แต่ถ้าคลำพบก้อนร่วมกับอาการท้องผูกเป็นประจำ อาจเป็น

        เนื้องอกในลำไส้ 

             
                  ไม่ว่าจะปวดท้องบริเวณไหนก็อันตรายทั้งนั้น ควรพบแพทย์เพื่อรักษาให้ตรงจุดกันนะคะ

        เมื่อก่อนเราเคยเรียนโยคะ ครูโยคะสอนเราว่า หากหน้าท้องเราแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บเราก็จะน้อยไป

        ด้วย เพราะหน้าท้องรวมอวัยวะสำคัญๆอยู่มากมาย และสำหรับคนที่รักสุขภาพและอยากทำให้หน้าท้อง

        แข็งแรง ก็ควรจะออกกำลังกายที่ทำให้หน้าท้องแข็งแรง  เดี๋ยวติดไว้ก่อนนะ เด๋วจะเขียนบทความหน้า

        ท้องแข็งแรงด้วยโยคะให้ไปลองฝึกกันคะ


        ขอบคุณที่มา : มูลนิธิหมอชาวบ้าน doctor.co.th

        วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

        ยิ้มหน้าเด้ง


        teen.mthai

                        ข้อดีของการยิ้มที่มากกว่าทำให้เราจิตใจเราเบิกบาน


        เพียงแค่คุณยิ้ม!!! ไม่รู้สินะ..  มันจะทำให้คุณลดความกังวล และโลกของคุณอาจจะสดใสขึ้นอีกด้วย


        ยิ้มไม่เปลืองพลัง
                การยิ้มเป็นเรื่องที่ง่ายและใช้พลังงานน้อยกว่าการทำสีหน้าแบบอื่นมาก และยังทำให้หน้าคุณดูหน้ามองมากยิ่งขึ้นด้วย 


        ยิ้มช่วยขจัดอ้วน ( ตื่นเต้นเลยข้อนี้ จะยิ้มมันทั้งวัน )
                เพียงแค่ยิ้มเนี่ยแหละที่จะช่วยให้เราลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญปัยจัยนึงของโรรคอ้วนเลยด้วย  การยิ้มจะทำให้คุณมีความสุข และลดความกังวลซึ่งเกิดจากฮอโมนคอร์ติซอล
        และการยิ้มหรือหัวเราะจะเพิ่มฮอโมนแห่งความสุข หรือ เอ็นโดฟิน ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้


        ยิ้มช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
                ก่อนอื่นเลย โรคหัวใจเกิดจากหลายสาเหตุ สาเหตุที่ยิ้มสามารถลดความเสี่ยงได้ก็คือ สาเหตุของหลอดเลือดตีบ โดยการยิ้มจะทำให้หลอดเลือดภายในขยายขึ้น เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดได้ และยังมีส่วนช่วยเพิ่มภูมิคุ้้มกันของร่างกายทุกครั้งที่ยิ้มอีกด้วย 


               บางทีการยิ้มของคุณอาจจะผ่อนสถานะการ์ณตึงเครียด สร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น หรืออาจจะทำให้การทำงานง่ายยิ่งขึ้น ลดอุปสรรค และความขัดแย้งของการทำงานที่อาจจะเกิดจากความเครียด แม้กระทั้งความประทับใจครั้งแรก ก็อาจจะเกิดจากการยิ้มของคุณก็เป็นได้ 



              รู้ดังนี้แล้ว เราก็มายิ้มกันทุกวัน เพื่อตัวเราและคนรอบข้างกันเถอะ  ^___________^







        cr. a day 
        Today express presents 19-25 July 2013




        วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

        อันตรายจากครีมออนไลน์

        อันตรายจากครีมออนไลน์


             เมื่อสาวๆอยากขาวใส ไร้สิวฝา เหมือนดาราเกาหลี หลังจากที่ใช้ผลิตภัณฑ์ครีม เคาน์เตอร์แบรนด์แล้วได้ผลช้า หรืออาจจะไม่ได้ผลเลย สาวๆหลายคนจึงหันมาใช้ ครีมโฆษณาทางอินเตอร์เน็ตที่เขาว่าดีผ่านปากต่อปากว่าขาว หน้าเด้ง ทันใจ  แต่หารู้ไม่ผลิตภัณฑ์บางตัวมีสารต้องห้าม ที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง

        มาดูกันดีกว่าว่าสารต้องห้ามที่พบบ่อยในเครื่องสำอางหน้าขาวมีอะไร และจะตรวจสอบได้อย่างไร 
        สารห้ามใช้ที่พบบ่อยมี 3 ชนิด ได้แก่ สารประกอบของปรอท (Mercury compounds), สารไฮโดรควิโนน ( Hydroquinone ) และ กรดวิตามินเอ ( Retinoic acid )

        1. สารประกอบของปรอท 
            ปรอทจะยับยั้งการสร้างเม็ดสี หรือที่เรียกว่าเมลานิน ทำให้หน้าขาวในเวลาอันรวดเร็ใ หากนำมาใช้เร่งผิวขาวสารชนินจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง เบื้องต้นอาจจะทำให้เกิดอาการ ผื่นคัน ผิวหน้าดำ พิษเฉียบพลัน สิวเห่อ หน้าบวมแดง คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสียง มีแผลในปาก ไตวาย ถ่ายเป็นเลือด ส่วนพิษเรื้อรังเกิดจากการสะสมของปรอท คือ ผิวด่าง ดำ ทำให้สมอง ตับ ไต ผิดปกติ ทางเดินปัสสาวะอักเสบได้
           
        2. สารไฮโดรควิโนน
              ปกติสารไฮโดรควิโนนจะพบได้ในคลินิคผิวหนัง หรือโรงพยาบาลใช้ในการรักษาฝา สารไฮโรควิโนนเคยเป็นสารที่นิยมใช้กันมากในครีมป้องกันฝ้า ความเข้มข้นไม่เกินร้อยละ 2-4 สารนี้ออกฤทธิ์ลดการสร้างเมลานินเพียงชั่วคราว หากหยุดใช้จะกลับเป็นอย่างเดิมหรือเป็นมากกว่าเดิม ไฮโดรควิโนนมักทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับกรดวิตามินเอ และหากใช้ไฮโดรควิโนนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 6 เดือน จะทำให้เนื้อเยื่อภายในผิวหนังเกิดเป็นฝ้าถาวรสีน้ำเงินอมดำ ดังนั้น ไฮโดรควิโนนจึงถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางในปัจจุบัน

        วิธีตรวจหาสารปรอท และไฮโดรควิโนนแบบง่ายๆ 
        1. เอาผงซักฟอกละลายน้ำในอัตราส่วนที่เข้มข้น จะได้เนื้อผงซักฟอกเป็นครีมๆ ทิ้งไว้ 1-2 นาที
        2.จากนั้นเอาครีมต้องสงสัยออกมาปป้ายไว้ที่กระดาษสีขาว
        3.จากนั้นใช้คัตเติ้ลบัตจุ่มลงที่ผงซักฟอกที่เป็นเนื้อครีมแล้วนำมาถูก กับครีมที่เราตักใส่กระดาษไว้  จากนั้นทิ้งไว้สัก 1-2 นาที  

        ผลของการทดลอง หากครีมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลเกือบดำ แสดงวว่าครีมนั้นมีสารปรอทหรือไฮโดควิโนน ควรเลิกใช้
        หรือถ้าหากต้องการความชัวร์ ให้นำครีมต้องสงสัยไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์ จะดี

        3.กรดวิตามินเอ ( Retinoic acid ) 
            เป็นสารที่พบในวงการแพทย์นำมารักษาสิว จุดด่างดำ และทำให้ผิวขาวใส แต่ต้องอยู่ในการดูแลและควบคุมของแพทย์ เพราะอาจจะมีผลข้างเคียงที่แตกต่างกันไป เช่น ทำให้เกิดผิวหน้าแดง เกิดการอักเสบ ผิวหน้าลอก หากได้รับสารนี้เข้าไปมาก อาจจะเข้าสู่กระแสเลือด ทำลายประสาท ทำให้กล้าเนื้ออ่อนแอ ไตทำงานผิดปกติ ทาจจะทำใให้เป็นโรคนอนไม่หลับ และอาจเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์

        4.สารสเตียรอยด์
           สเตียรอยด์มีประโยชน์ คือ แก้แพ้ แก้คัน แก้ผื่นผิวหนังอักเสบ บางคนพอใช้แล้วหน้าเรียบ ก็เลยใช้ต่อเนื่อง ถ้าใช้ช่วงสั้น ๆ ไม่เป็นไร แต่ถ้าใช้นาน ๆ จะติด ไม่ใช้ไม่ได้ และเพิ่มความแรงของยาขึ้นเรื่อย ๆ ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดปัญหาหยุดไม่ได้ พอหยุดผิวหนังจะอักเสบเห่อขึ้นมา สารสเตียรอยด์จะไม่เหมือนสารที่ใช้ในการรักษาฝ้า ที่จะต้องค่อยๆ ถอย ค่อยๆ ลด แต่อันนี้ต้องหยุดเลย และอาจต้องใช้เวลาในการรักษา

        วิธีตรวจสอบสารสเตียรอยด์แบบง่ายๆ
            ทาครีมบริเวณท้องแขน แล้วปิดพลาสเตอร์ไว้ 6 ชม.  แล้วแกะออก ถ้าผิวบริเวณนั้นเปลี่ยนสี หรือซีดผิดปกติ แสดงว่ามีสาร สารสเตียรอยด์

        วิธีการดูแลผิวหน้าที่ถูกต้อง 
        จากนายแพทย์ชูชัย ตั้งเลิศสัมพัธ์ อนุกรรมการประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทสไทย กล่าวได้ดังนี้
        1. รักษาความสะอาดตามสภาพผิว เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับใบหน้า เช่น ผืวหน้าแห้ง ผิวหน้ามัน หรือผิวหน้าผสม
        2. ถ้าผิวหน้าแห้ง อาจจะใช้ครีมบำรุงผิว หรือถ้าเป็นผิวผสมอาจจะใช้ครีมในบางพื้นที่ที่ผิวแห้ง
        3.อาจจะใช้ครีมกันแดดร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละคน
           นพ.ชูชัย ก่าวด้วยว่า อีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือ ครีมหน้าขาว เพราะไม่ว่าผู้หยิง ผู้ชายก็อยากจะได้ผิวหน้าที่ขาวใส ตามค่านิยมของคนเอเชียและตามกระแสโฆษณา จึงทำให้เกิดผลิตภัณฑ์หน้าขาวจำนวนมาก ที่ทั้งได้มาตราฐานและไม่ได้มาตราฐาน เพื่อตอบสนองความต้องการ สารที่พบมากก็เป็นจำพวกที่ได้กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นผู้บริโภคควรตระหนักว่า ครีมหน้าขาวอาจจะมีส่วนช่วยบ้าง และต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นควรเลือกซื้อเครื่องสำอางที่ได้รับรองจาก อย. เท่านั้น 


        http://www.nationchannel.com/main/programs/Nation_X_Files/20130909/378383527/  วีดีโอ ระวังภัยจากครีมจาก สำนักข่าว nation

        วิธีการเช็ค อย. และขั้นตอนตรวจสอบเลขที่ อย.