วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ขี้เกียจก็ได้ดี


" ขี้เกียจก็ได้ดี "




       หัวข้อมาก็งงแล้ว " ขี้เกียจแล้วได้ดี มีที่ไหน ขี้เกียจได้ D มี ถมไป "  <----- อันนี้เรื่องจริง ได้ D นี้ประสบมากะตัวสมัยเรียน 555
        ตอน เด็กๆ ผู้ใหญ่มักจะสอนเราให้รู้จักขยันจะได้ดี ดุว่าเมื่อเราขี้เกียจ  แต่แท้จริงแล้วความขี้เกียจอาจทำให้เราพบวิธีการใหม่ๆในการทำงานก็เปนได้  บางคนขี้เกียจทำงาน ก็ไม่ทำ บางคนขี้เกียจแล้วหาทางลัดให้ทำงานได้ง่ายขึ้น ก็มี  คนประเภทที่ หาวิธีทำให้งานมันง่ายขึ้นเนี่ย น่าสนใจ
      เคยมั้ยที่เราจะหาวิธีทำงานให้เสร็จเร็วขึ้นจากวิธีที่เคยทำ  ทำยังไงให้งานที่จะทำนั้นมัน

 "เร็ว ง่าย ไม่เปลืองแรง ประหยัดเวลา ผลลัพธ์ออกมาดี"


วันนี้เอาเทคนิคการทำงานให้ง่าย สบายกว่าเดิมเยอะมากฝากนะคะ

อันดับแรก
        ดูสิว่างานเราจะเริ่มจากตรงไหน งานบางงานไม่เหมือนกัน เริ่มต้นต่าง ผลลัพธ์เหมือน แต่เส้นทางของผลลัพธ์ให้ความยากง่ายต่างกัน ถ้าพูดตามหลักวิทยาศาสตร์ขั้นนี้ก็คือการศึกษาความยากง่ายของการทำงาน แต่ถ้าเริ่มตั้งแต่ต้น ข้อมูลจะถาโถมเราเกินไป ดังนั้นเราควรเริ่มว่า เราต้องการอะไร หรือลูกค้าเราต้องการอะไร หาข้อมูลเพิ่มเติม

สอง
   การทำงานคนเดียวอาจจะไม่เป็นผลดี "สองคน สองหัว สามคน ก็สามหัว ดีกว่าหัวเดียวอยู่แล้ว "
หลายครั้งที่การทำงานเ็นทีม ผลของมันดีกว่าการทำงานคนเดียว  เราไม่ควรเก่งทุกเรื่อง แต่ควรรู้หลายๆเรื่อง และใช้คนให้เหมาะสมกับงาน

สาม
      รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับงานนั้นๆ และให้ความสำคัญกับมัน เช่นการทำอาหาร ถ้าเรารู้ว่าไฟคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผัดผักมีความกรอบอร่อย เราก็ไม่ควรละเลยมัน  (เกี่ยวอะไรกับผัดผัก  !!  ของกินตลอด )


 เอาเวลาที่ต้องทำงานเป็นบ้าเป็นหลังอย่างแต่ก่อน ไปใช้เวลากับคนที่รักดีกว่าเนอะ ^^


  



,

สวยด้วยน้ำมันมะกอก

  
สวยด้วยน้ำมันมะกอก 




                          ได้ยินมามากสำหรับคุณสมบัติเริ่ดๆของพวกน้ำมัน ทอดไข่ทำกับข้าว ทำขนม แต่ที่จะมาพูดวันนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของน้ำมันที่เอาไว้ทำกับข้าวนะ  วันนี้เราจะเอาน้ำมันมาเสริมสวย  (พูดแล้วรีบเข้าครัวเอามาชะโลมหน้าเลย 555 )  

    
    วันนี้มาพูดเรื่องของน้ำมันมะกอกจร้า  น้ำมันมะกอกทำให้ดูเด็กขึ้นได้

วิธีทำให้ผิวดูเด็กด้วยน้ำมันมะกอก :  
                 ผสมน้ำมันมะกอกกับน้ำมะนาวในอัตราส่วนเท่ากัน และเอามานวดผิวเป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอย 
            อันนี้ต้องลองเลยสำหรับคนที่อยากทำให้ผิวดูน่าสัมผัส  


      ทำให้เล็บแข็งแรง :  
              ถูนวดน้ำมันมะกอก หรือน้ำมันมะพร้าวก็ได้นะ  ลงบนเล็บทุกคืน จะช่วยให้เล็บไม่เปราะหักง่าย ละสำหรับใครที่หนังที่บริเวณเล็บเป็นขุยๆ  วิธีนี้ก็ใช้ได้ผลจร้า


      มาสก์หน้าให้เนียนชุมชื้น :  
               ผสมน้ำมันมะกอก 2/3 ถ้วยตวงกับอโวคาโด้ 1 ผล นำมาทาหน้าทิ้งไว้ 15 - 20 นาที  แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น  

     นอกจากอโวคาโด้จะทำให้หน้าเนียนหากเอามาชโลมผม จะทำให้ผมนุ่มอีกด้วยนะสาวๆ  อ่านจบอยากจะสวยกันแล้วใช่มั้ยล่ะ อย่าลืมนะผู้หญิงอย่าหยุดสวย เด๋วผู้ชายจะสวยกว่านะฮ๊า 555




                                      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านบทความนะคะ  ยังไงก็ให้กำลังใจกันด้วยน๊าจะได้เอาอะไรดีดีมาฝากกันอีกเนอะ ^^

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

,

ข้อควรรู้เรื่องกาแฟๆ

  สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ คาปูชิโน่ อเมริกาโน่ ลาเต้ หรือว่าม๊อคค่าดี

     


           เขียนบทความหัวข้อนี้ละอยากจะรับสักแก้วจริงๆ  หอมหวนในบทความ  วันนี้จะมาพูดเรื่องกาแฟๆ

กัน เอาใจคนรัก coffee เบ้ย  ส่วนตัวก็เป็นคนชอบกลิ่นกาแฟมาก  แบบหอมละมุนๆ ฟิน ~
ก็กินบ้างไม่มากมาย แต่ก็อยากรู้นะ ว่ากาแฟมีประโยชน์มีโทษยังไง เลยไปหาข้อมูลมา ประโยชน์ของ

กาแฟก็มีเยอะ และสิ่งที่เราควรรู้เกี่ยวกับกาแฟ  ไม่พูดมาก มาดูประโยชน์กันก่อนเลยดีกว่า


 ประโยชน์ของกาแฟ

1.กาแฟช่วยป้องกันหลายโรค ไวรัสตับอักเสบ B ลดอาการหอบ (ให้แบกแทน ป๋อย!! ไม่ใช่ )
     คาแฟอีนจะเป็นตัวระงับการตึงเครียด ทำให้ลดอาการหอบลงได้และถ้าหากดื่มประจำ จะช่วยลดการเกิดโรคตับจากสุรา  นี้ก็คิดว่ากินเหล้าควบกาแฟกันเลยทีเดียว 

2.ป้องกันมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ มะเร็งช่องปาก จากผลการทดลองมีประสิทธิภาพป้องกันโรคขั้นต้น          ไม่ใช่ว่าเป็นมาหลายขั้นแล้วกินกาแฟเข้าไปจะหายนะจ๊ะ  

3. ข้อนี้สำหรับสาวๆ การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยขับไล่ความชรา ออกซิเจนเป็นสารที่ร่างกายต้องการมากก็จริง แต่ถ้ามีออกซิเจนมากไป ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงและแก่เร็ว  (งั้นม๊อคค่าก็พอเนอะ)

4.ช่วยละลายไขมัน กาแฟที่ทานหลังอิ่มอาหาร ช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงานทดแทนจึงลดความอ้วนได้ ( มันน่าจัดสักสองแก้วนัก! )

5.การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองและสมรรถภาพสมอง มีผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาว่า ความหอมของกาแฟช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น และมีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น นั้นเป็นเพราะกลิ่นกาแฟ ทำให้เลือดไหลเวียนในสมองเพิ่มขึ้น  (อันนี้จริงป่าว ดื่มทีไรเคลิ้มง่วงนอนทุกที )

6. ดื่มกาแฟเล็กน้อยทำให้น้ำย่อยในกระเพาะหลั่งดีขึ้น ไขมันแตกตัว หากได้ดื่ม กาแฟเล็กน้อยหลังทานอาหารเสร็จ คาเฟอีน ในกาแฟจะมีประโยชน์ต่อกระเพาะโดยตรง น้ำย่อยที่กระเพาะและตับอ่อนเพิ่มขึ้น ไขมันถูกเผาผลาญ


ข้อควรรู้ของกาแฟ

1. อันดับแรกเลยดื่มกาแฟตอนเย็น ทำให้นอนไม่หลับ ( ชัวร์ป๊าบมากข้อนี้ )

2.กาแฟมีผลในการขับปัสสาวะ อาจทำให้ต้องลุกเข้าห้องน้ำกลางดึก รบกวนการนอนได้

3.คนท้องดื่มไม่ดี คาเฟอีนในกาแฟจะส่งผลต่ออวัยวะภายในของทารกที่ยังอ่อนแออยู่จึงไม่ควรดื่ม  หญิงลูกอ่อน ที่ลูกยังดื่มนมจากแม่อยู่ก็ไมม่ควรดื่มกาแฟเพราะถ้าแม่ดื่มกาแฟลูกก็จะนอนไม่หลับด้วย 

4.คนเป็นโรคกระเพาะควรงดกาแฟ เพราะคาเฟอีนจะกระตุ้น การหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะ จะยิ่งเพิ่มกรดในกระเพาะให้อักเสบมากขึ้น

5.คนเป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะคาเฟอีน มีบทบาทในการกระตุ้นหัวใจ ทำให้เลือดเพิ่มขึ้น
คนชราที่มีโรคหัวใจอยู่ จะทำให้ประสิทธิภาพหัวใจดีเกินไป และหัวใจเสื่อมเร็ว จึงไม่ควรดื่มอย่างยิ่ง

6.กาแฟทำให้อ้วน  ที่จริงไม่เชิงว่ากาแฟ แต่เป็นส่วนผสมที่อยู่ในกาแฟมากกว่า อาทิ นม ค๊อฟฟี้เมท น้ำตาล  ใส่มากอวนมากนะจ๊ะ


มาเลยความเครียด ฉันเอาอยู่!

มาเลยความเครียด ฉันเอาอยู่!




  วุ้ยย!!!  เดี๋ยวนี้อะไรมันก็วุ่นวาย ชีวิตวันๆมีแต่ปัญหา รถติดเอย อนาคตเอย น้ำไม่ไหล ไฟไหม้ ไม่มีเงินเอย ปัญหาที่บ้าน ปัญหาที่ทำงาน เน็ตล่มเอย   อันสุดท้ายนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆคน   สาเหตุเล็กๆเหล่านี้เป็นบ่อเกิดแห่งความเครียด  เมื่อเกิดความเครียดร่างกายเราจะตอบสนองต่อความเครียดในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน สมองเราจะส่งสัญญาณให้ผลิตฮอโมนแห่งความเครียดขึ้นมา
   
 เอิ่มว่าแต่ เราจะไหวยังไงกับความเครียดพวกนี้
ข้อเสียของการเกิดความเครียดมีจริง แต่เราก็มีวิธีรับมือ
      หากเราเครียด ร่างกายเราจะรู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง ทำอะไรก็มึนๆ และสำหรับใครที่เครรียดมากๆ สมรรถภาพทางเพศก็ลดลงด้วยนะ  บางคนเครียดแล้วนอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ อาจจะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง ติดเชื้อได้ง่าย  วิธีรับมือง่ายๆที่ต้องทำเป็นประจำก็คือ  การออกกำลังกายนั้นเอง
  
            การออกกำลังกายเป็นประจำเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายได้ไม่ว่าจะเป็นการวิ่่ง ว่ายน้ำ หรือว่าเดินเร็ว การออกกำลังกายทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ไม่หมกหมุ่นกับปัญหาที่เกิดขึ้น  อีกทั้งยังทำให้หลับสบายอีกด้วย 

  อย่าลืมออกกำลังกายกันเป็นประจำนะจ๊ะ สัปดาห์ละ 3-4 วัน   วันละไม่ต่ำกว่า 30 นาทีจะดีมาก 


รู้หรือไม่ ครีมอาบน้ำก็ทำให้อ้วนได้!!!

  ครีมอาบน้ำทำให้อ้วนได้ !!!  





          เอ๊ะ!!  อะไรยังไง ทำไมครีมอาบน้ำถึงทำให้อ้วนได้ 

                  ครีมอาบน้ำปัจจุบันทำมาหลากหลาย กลิ่นผลไม้เอย กลิ่นนมผสมน้ำมันข้าวหอมเอย

กลิ่นสะอาดๆ ก็มีนะเออ  บลา บลา เยอะแยะไปหมด เพื่อให้คุณสนุกและเพลิดเพลินปกับการอาบน้ำ

แต่รู้หรือไม่ว่า ครีมอาบน้ำกลิ่นหอมน่ากินเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกินความรู้สึกอยากของหวาน  
       
          จากผลการวิจัย เผยว่า กลิ่นหอมคล้ายอาหารเหล่านี้จะกระตุ้นให้สมองเรานึกถึงภาพของอาหาร

จนเกิดความอยาก และทำให้เรากินเก่งกว่าเดิม  บรึ้ย ชักเริ่มกลัวซะแล้ว   ต่อไปอาบน้ำต้องระวังแม้กระ

ทั้งครีมอาบน้ำหรอเนี่ยเรา 

           รู้อย่างนี้แล้วคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก ต้องระวังครีมอาบน้ำที่เพิ่มความอยากอาหารด้วยนะจ๊ะสาวๆ

จงอย่ากลัวเงามืด ที่ใดมีเงามืด ย่อมมีแสงสว่างอยู่ใกล้ๆ

                       "Never fear shadow. They simply mean there's a light shining some where near by." 

                                   " จงอย่ากลัวเงามืด ที่ใดมีเงามืด ย่อมมีแสงสว่างอยู่ใกล้ๆ"





     หลายๆคนคงเคยได้ยินประโยคข้างต้นนี้ ประโยคดังกล่าวมีมุมมองในแง่บวก หลายคนเคยรู้สึกท้อแท้

กับปัญหา เหมือนกับชีวิตจมอยู่ในเงามืด เจอกับทางตัน หาทางออกไม่เจอ มีแต่ความทุกข์ แต่ถ้าเราถอย

ห่างจากปัญหา เราจะเห็นในอีกหลายๆมุมมอง และจะรู้ว่าสิ่งที่มืดมนไม่ใช้เงางืดที่บดบังเรา  แต่เป็น

จิตใจของเราต่างหากที่มืดมน แค่เราเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนความคิด ให้โอกาสกับตัวเองใหม่  นั้นก็

เปรียบเสมือนทางออกของทางตันทั้งหลาย บางทีเราก็แค่ถอยออกมา เริ่มเดินทางใหม่ สู้ต่อไป แสง

สว่างก็เกิดขึ้นได้ไม่ยากแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ว่าด้วยเรื่องของ โลโก้ 7/11 ทำไมถึงใช้ตัว "n" เล็ก



               ทำไมเห็น 7/11 มาตั้งแต่เด็กไม่เคยสังเกตนะว่า  7 ELEVEn เนี่ย เค้าใช้ โลโก้ที่มีตัว "n" เป็น

อักษรพิมพ์เล็ก เอองงดิ!!! บางก็ว่า เพราะเจ้าของ  7/11 เค้าเชื่อเรื่องของฮวงจุ้ย เลยใช้ ตัวอักษร n เป็น

ตัวพิมพ์เล็ก เพราะลักษณะนางเหมือนแม่เหล็กอะไรประมาณนั้น จนได้ไปอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่ง


               พูดถึงเรื่องของ 7/11  กล่าวคือเมื่อปีพ.ศ.2470 บริษัทเซาท์แลนด์ ไอซ์ ซึ่งก่อตั้งโดยนาย

จอห์น เจฟเฟอร์สัน ได้เปิดร้านให้บริการน้ำแข็งตอบสนองความต้องการลูกค้าแทบจะตลอดวัน ในช่วง

ฤดูร้อนและไม่มีวันหยุดเลย สร้างความพอใจให้กับลูกค้าและสร้างชื่อเสียงให้กับร้านมาก

                แต่ที่มาของชื่อร้านเกิดจาก การเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 07.00-23.00 น. ของทุกวัน อันเป็น

ที่มาของชื่อ เซเว่น อีเลฟเว่น  และที่มาของลักษณะตัวอักษร n  คือว่า  ตอนแรกที่นางทำโลโก้กัน มันก็

เป็นตัวใหญ่ทุกตัวหรอกนะ 7- ELEVEN พอปี 1960 นักออกแบบแนะนำว่าตัวอักษร N พิมพ์ใหญ่ ดูเป็น

สัน แข็งกระด้างเกินไป ให้เปลี่ยนมาเป็นอักษร n พิมพ์เล็ก ดังนั้นเครื่องหมายการค้าจึงเป็น 7-ELEVEn 

ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา 


เออ! หายสงสัยกันละเนอะ  ก่อนหน้าที่คิดว่ามันคือฮวงจุ้ยอะไรนั้น ก็ลืมมันไปซะ อย่าไปปล่อยไก่กันอีกนะจ๊ะ